.: หน้าหลัก :.
.: โคลง :.
.: ฉันท์ :.
.: กาพย์ :.
.: กลอน :.
.: ร่าย :.
.: ลิลิต :.
ฉันท์
         ฉันท์ คือลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้นให้เกิดความไพเราะซาบซึ้ง โดยจะกำหนดคณะ ครุลหุ และสัมผัสไว้เป็นมาตราฐาน ฉันท์นี้ไทยได้รับการถ่ายแบบมาจากอินเดีย ของเดิมแต่งเป็นภาษาบาลี หรือ สันสกฤต โดยเฉพาะในภาษาบาลีเขามีตำราที่กล่าวถึงวิธีแต่งฉันท์ไว้เป็นแบบฉบับ เรียกชื่อว่า " คัมภีร์วุตโตทัย " แล้วต่อมาไทยเราได้จำลองแบบมาแต่งเป็นภาษาไทยโดยเพิ่มเติมบังคับและสัมผัสขึ้น เพื่อให้เกิดความไพเราะตามแบบฉบับนิยมของไทย ซึ่งในภาษาเดิมเขาไม่มี
         ฉันท์ในภาษาบาลีแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ ฉันท์วรรณพฤติ กับ ฉันท์มาตราพฤติ ฉันท์ใดกำหนดด้วยตัวอักษร คือวางคณะและกำหนดเสียงหนักเสียงเบา ที่เรียกว่า ครุและลหุ เป็นสำคัญ ฉันท์นั้นเรียกว่าเป็น " ฉันท์วรรณพฤติ " หากฉันท์ใดกำหนดด้วยมาตราคือวางจังหวะเสียงสั้นยาวของมาตราเสียงเป็นสำคัญ นับคำลหุ เป็น ๑ มาตรา คำครุ เป็น ๒ มาตรา ไมกำหนดตัวอักษรเหมือนอย่างในวรรณพฤติ ฉันท์นั้นจะเรียกว่า " ฉันท์มาตราพฤติ "
         ฉันท์มีชื่อต่าง ๆ ตามที่ปรากฎในคัมภีร์วุตโตทัยมีถึง ๑๐๘ ฉันท์ แต่ไทยเราดัดแปลงเอามาใช้ไม่หมด เลือเอามาแต่ที่เห็นว่าไพเราะ มีทำนองการอ่านที่สละสลวยเหมาะแก่การบรรจุคำในภาษาไทยได้ดีเท่านั้น
         ฉันท์ที่นิยมแต่งกันมากในภาษาไทยจะเป็นวรรณพฤติเป็นพื้น ที่เป็นมาตราพฤติไม่ใคร่จะนิยมใช้นำมาแต่ง เพราะจังหวะและทำนองที่ใช้อ่านในภาษาไทยไม่สู้จะไพเราะเหมือนวรรณพฤติ แม้ฉันท์วรรณพฤติที่ท่านแปลงมาเป็นภาษาไทยแล้ว ก็ไม่นิยมที่จะนำมาทั้งหมดเพื่อแต่งเป็นฉันท์ไทย เท่าที่สังเกตุดูในคำฉันท์เก่า ๆ มักจะนิยมแต่งกันอยู่เพียง ๖ ฉันท์เท่านั้น

ฉันท์ที่นิยมแต่งกันอยู่ในไทยทั้ง ๖ ชนิด คือ

  • อินทรวิเชียรฉันท์
  • โตฎกฉันท์
  • วสันตดิลกฉันท์
  • มาลินีฉันท์
  • สัททุลวิกกีฬิตฉันท์
  • สัทธราฉันท์
         แต่ท่านมักแต่งกาพย์ฉบังและกาพย์สุรางคนางค์ปนกันไปกับฉันท์ด้วย และคงเรียกว่า " คำฉันท์ " เหมือนกัน เหตุที่โบราณนิยมแต่งเฉพาะ ๖ ฉันท์ คงเป็นเพราะ ๖ ฉันท์นั้น สามารถจะแต่งเป็นภาษาไทยได้ไพเราะกว่าฉันท์อื่น ๆ และท่านมักนิยมเลือกฉันท์ให้เหมาะกับบทของท้องเรื่องเป็นตอน ๆ เช่น
บทไหว้ครู นิยมใช้ สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ หรือ สัทธราฉันท์
บทชมหรือบทคร่ำครวญ นิยมใช้ อินทรวิเชียรฉันท์หรือวสันตดิลกฉันท์
บทสำแดงอิทธิฤทธิ์หรืออัศจรรย นิยมใช้ โตฏกฉันท์ ( แต่คำฉันท์เก่า ๆ ไม่ใคร่นิยมใช้โตฏกฉันท์ )
บทดำเนินความยาว ๆ ในท้องเรื่อง กาพย์ฉบัง หรือกาพย์สุราคนางค์

         ในปัจจุบันนี้ นิยมแต่งภุชงตประยาตฉันท์ เพิ่มขึ้นอีกฉันท์หนึ่ง และมักใช้แต่งตอนพรรณนาโวหารหรือข้อความที่น่าตื่นเต้น ในที่นี้จะยกตัวอย่างเฉพาะ วรรณพฤติฉันท์ มาอธิบายเท่านั้น โดยจะเลือกมานำมาเฉพาะที่เห็นว่าไพเราะ และพอที่จะนำมาแต่งในภาษาไทยได้ดี ซึ่งจะมีอยู่ ๒๔ ฉันท์ ซึ่งเมื่อผู้ที่ศึกษามีความเข้าใจดีแล้วก็นับว่ามีทุนพอที่จะค้นคว้าหาตำราศึกษาด้วยตนเองให้กว้างขวางต่อไป
         ฉันท์ทั้ง ๒๔ ชนิดที่จะกล่าวต่อไปนี้ แบ่งออกเป็น ฉันท์ ๘ , ฉันท์ ๑๑ , ฉันท์ ๑๒ , ฉันท์ ๑๔ , ฉันท์ ๑๕ , ฉันท์ ๑๖ , ฉันท์ ๑๘ , ฉันท์ ๑๙ , ฉันท์ ๒๐ , ฉันท์ ๒๑ รวมเป็น ๑๐ ประเภทด้วยกัน ที่จัดเป็นประเภท ๆ นี้ก็โดยถือเอาจำนวนคำที่บรรจุลงในฉันท์นั้น ๆ เป็นสำคัญ โดยโบราณท่านนิยมเขียนตัวเลขไว้บนเครื่องหมายตาไก่อันแรกของฉันท์ เพื่อบอกชนิดของฉันท์ไว้ด้วย ทั้งนี้เป็นที่รู้กันในหมู่กวี โดยไม่ต้องเขียนบอกชื่อชนิดของฉันท์ แต่ในปัจจุบันมักนิยมเขียนชื่อชนิดของฉันท์กำกับไว้ด้วยทุกครั้ง
         การแต่งฉันท์ ต้องบรรจุคำให้ครบตามจำนวนที่บ่งไว้ จะบรรจุคำให้เกินกว่ากำหนดเหมือนการแต่งโคลง , กลอน และกาพย์ไม่ได้ เว้นแต่อักษรนำ อนุญาติให้เกินได้บ้าง แต่บัดนี้ไม่ใคร่นิยมแล้ว คำที่กำหนดไว้ว่าเป็น ครุ และ ลหุ จะต้องใช้เป็น ครุ และ ลหุ จริง ๆ และเป็นได้แต่เฉพาะตรงที่บ่งไว้เท่านั้น จะใช้ ครุ และ ลหุ ผิดที่ไม่ได้
         คำ " บ " ก็ดี คำที่ประสมด้วยสระ อำ ในแม่ก กา ก็ดี ให้ใช้เป็นลหุได้ แต่บัดนี้คำที่ประสมด้วยสระ อำ ไม่ใคร่นิยมใช้ เพราะถือว่าเป็นเสียงที่มีตัวสะกดแฝงอยู่ด้วย
ฉันท์ทั้ง ๒๔ ชนิดมีชื่อและลักษณะต่างกัน ดังจะอธิบายต่อไปนี้
จิตรปทาฉันท์ ๘ ( อ่านรายละเอียด )
วิชชุมาลาฉันท์ ๘ ( อ่านรายละเอียด )
มาณวกฉันท์ ๘ ( อ่านรายละเอียด )
ปมาณิกฉันท์ ๘ ( อ่านรายละเอียด )
อุปฏฐิตาฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
อุปชาติฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
สาลินีฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
อาขยานิกาฉันท์ ๑๑ ( อ่านรายละเอียด )
วังสัฎฐฉันท์ ๑๒ ( อ่านรายละเอียด )
อินทวงสฉันท์ ๑๒ ( อ่านรายละเอียด )
โตฏกฉันท์ ๑๒ ( อ่านรายละเอียด )
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ ( อ่านรายละเอียด )
กมลฉันท์ ๑๒ ( อ่านรายละเอียด )
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ ( อ่านรายละเอียด )
มาลินีฉันท์ ๑๕ ( อ่านรายละเอียด )
ปนะภัททกฉันท์ ๑๕ ( อ่านรายละเอียด )
วาณินีฉันท์ ๑๖ ( อ่านรายละเอียด )
กุสุมิตลดาเวลลิตาฉันท์ ๑๘ ( อ่านรายละเอียด )
เมฆวิปผุชชิตาฉันท์ ๑๙ ( อ่านรายละเอียด )
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ ( อ่านรายละเอียด )
อีทิสฉันท์ ๒๐ ( อ่านรายละเอียด )
สัทธราฉันท์ ๒๑ ( อ่านรายละเอียด )

กลับหน้าแรก
Copyright © 2003 Sriwittayapaknam School :: All rights Reserved