.: หน้าหลัก :.
.: โคลงสุภาพ :.
.: โคลงสุภาพ :.
.: โคลงดั้น :.
.: โคลงโบราณ :.
.: ฉันท์ :.
.: กาพย์ :.
.: กลอน :.
.: ร่าย :.
.: ลิลิต :.

        โคลงสามสุภาพบทหนึ่งจะมี ๔ วรรค วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสามจะมีจํานวนคำวรรคละ ๕ คำ ในวรรคสี่ จะมีจำนวนคำ ๔ คำ ซึ่งรวมทั้งหมด ๔ วรรคจะมีจำนวนคำรวมทั้งสิ้น ๑๙ คำ และในวรรคสุดท้ายสามารถที่จะใส่คำสร้อยได้เพิ่มขึ้นอีก ๒ คำ
        จำนวนพยางค์ต้องมีตามหน่วยที่ได้เขียนไว้ในแผนผัง ถ้าหากเป็นพยางค์ลักษณะของลหุอาจจะมีได้มากเกินกว่าที่แผนผังได้กำหนดไว้ก็ได้ แต่จะต้องไม่ยาวจนมีความรู้สึกว่าเยิ่นเย้อจนทําให้อ่านไห้ถูกทํานองและจังหวะไม่ได้
        การสัมผัสของบทกลอน คำที่ ๕ วรรคหนึ่ง จะต้องสัมผัสกับคำที่ ๑ หรือคำที่ ๒ หรือคำที่ ๒ ของวรรคสอง จากแผนผังจะเห็นว่ารูปแบบการสัมผัส ซึ่งสามารถเลือกสัมผัสคำใดคำหนึ่งจากที่กล่าวมา นอกจากนี้คำสุดท้ายวรรคสอง จะต้องสัมผัสกับคำที่ ๕ วรรคสามด้วย หากเป็นการแต่งเพื่อเข้าลิลิต จะต้องให้คำสุดท้ายของบทสัมผัสกับคำที่ ๑ คำที่ ๒ หรือ คำที่ ๓ ในวรรคหนึ่ง ของบทต่อๆ ไปในทุกบท

  • จะต้องมีวรรณยุกต์เอก ๓ ตำแหน่ง และวรรณยุกต์โท ๓ ตำแหน่ง ตามแบบในแผนผัง
  • ถ้าหากคำที่ ๕ ของวรรคหนึ่ง ส่งสัมผัสโดยใช้คำที่มีรูปวรรณยุกต์เอก หรือวรรณยุกต์โท คำที่รับสัมผัสในวรรคสอง จะต้องมีรูปวรรณยุกต์เอก หรือวรรณยุกต์โทตามไปด้วย ดังตัวอย่าง
    ซื่อสัตย์วิรัตชั่ว บมัวพาลพวกร้าย ฯลฯ (ส่งเอกรับเอก)
    บ่มบุญบังบาปทั้ง ยับยั้งการกล่าวถ้อย ฯลฯ (ส่งโทรับโท)
คําตายห้ามนํามาใช้เป็นคำสุดท้ายของบท
การแต่งคำประพันธ์โคลงสามสุภาพ หากจบบทแล้วแต่เนื้อความยังไม่สุดกระแส สามารถเติมคำสร้อยในท้ายวรรคสี่ได้อีก ๒ คำ
 
กลับหน้าแรก
Copyright © 2003 Sriwittayapaknam School :: All rights Reserved